My Photo

我的时候

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

การค้าระหว่างไทย-จีน

ธุรกิจ ไทย - จีน
       สภาธุรกิจไทย-จีน & สมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน นำนักธุรกิจจีนจากมณฑลเหอหนาน 170 คนเยือนไทย พร้อมจัดสัมมนา “ความร่วมมือการค้าการลงทุนไทย-เหอหนาน”เพื่อจับคู่พันธมิตรธุรกิจไทย-จีน / ลงนาม MOU รวดเดียว 9 โครงการรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท  ในโอกาสที่ มร.กั๊ว เกิงม่าว ผู้ว่ามณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน นำคณะข้าราชการและนักธุรกิจกว่า 170 คนเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อหาลู่ทางความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนร่วมกันนั้น นายธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการ เครือเจริญ
โภคภัณฑ์ ในฐานะประธานสภาธุรกิจไทย-จีน และนายกสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการชักชวนคณะจากเหอหนานมาเยือนไทยในครั้งนี้ ได้ร่วมกับมณฑลเหอหนานจัดงานสัมมนาเรื่อง“ความร่วมมือการค้าการลงทุนไทย-เหอหนาน” ขึ้น ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี่, เอ รอยัล เมอริเดียน ถนนวิทยุ (เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2552) โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังอย่างล้นหลาม และยังได้รับเกียรติจาก ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวเปิดงาน

     มร.โก๊ะ เกิงม่าว (Guo Gengmao) ผู้ว่ามณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่าเป็นมณฑลขนาดใหญ่และมีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของจีน เป็นมณฑลหลักในการผลิตอาหารป้อนแก่ชาวจีนทั้งประเทศ และยังเป็นมณฑลที่มีแร่ธาตุทรัพยากรมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะถ่านหินนั้นผลิตได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีน ปัจจุบันมีการลงทุนจากประเทศต่าง ๆ จำนวน 170 ประเทศ เม็ดเงินลงทุนราว 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งในที่นี้มีบริษัทชั้นนำของโลก 57 แห่งที่ติดทำเนียบมหาเศรษฐีโลกจากการจัดอันดับของนิตยสาร Fortune รวมอยู่ด้วย โดยเหอหนานมีนโยบายเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนจากต่างประเทศ และพร้อมที่จะขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน ร่วมกับนักลงทุนจากประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่จะให้นักลงทุนจากทั้งสองประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน


     นายธนากร เสรีบุรี กล่าวในงานสัมมนาดังกล่าวว่าเหอหนานเป็นมณฑลขนาดใหญ่ มีขนาดเศรษฐกิจ(GDP)ใกล้เคียงกับประเทศไทย ที่สำคัญเศรษฐกิจขยายตัวอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอดเฉลี่ยปีละ 13% นอกจากนี้เหอหนานยังเป็นมณฑลที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในจีนคือมีจำนวนประชากรประมาณ 100 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่มีต่อธุรกิจการส่งออกของประเทศไทยโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง ตลอดจนผลไม้เขตร้อนของประเทศไทยเกือบทุกชนิด การที่ผู้ว่าโก๊ะ เกิงม่าวได้นำราชการและนักธุรกิจมาพบปะกับนักธุรกิจของไทย จึงเป็นการสานต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้แนบแน่นยิ่งขึ้นและเป็นการเกื้อหนุนต่อกันในด้านการค้าและการลงทุน


   ด้านไทยก็เป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคและเป็นประตูสำคัญที่สุดในการเข้าสู่ประเทศอาเซียน การเปิดตลาดเสรีอาเซียนในปีพ.ศ.2553 ตลอดจนการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีพ.ศ.2558 ย่อมเป็นโอกาสที่ดียิ่งของประเทศไทยในการดึงดูดนักธุรกิจจีนที่มีศักยภาพและมีสินค้าที่ตลาดในภูมิภาคนี้ต้องการ ให้มาร่วมลงทุนเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน

      การสัมมนาในครั้งนี้เป็นบทบาทสำคัญของสภาธุรกิจไทย-จีนและสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะงานสัมมนาในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการเสาะหาลู่ทางในการศึกษาหาพันธมิตรในการร่วมมือทำการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวในอนาคตทั้งสองประเทศ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น